เหรียญ และเหรียญกษาปณ์

12 Jan
ชื่อ นายกันต์ณภพ จารุเกียรติภิญโญ เลขที่ 30 ม.5 ห้อง 937
ส่ง อาจารย์ประพิศ ฝาคำ
งานวิชาเศรษฐศาสตร์

การจำแนกประเภทของเหรียญ

-จำแนกตามการใช้จ่าย

1.เหรียญกษาปณ์ คือ เหรียญที่มีราคาอยู่บนหน้าเหรียญ และใช้ชำระเงิน หรือหนี้ได้ ตามกฏหมาย แต่ละเหรียญอาจมีราคาเป็น 25 สตางค์/50 สตางค์/1 บาท/2 บาท/5 บาท/10 บาท เป็นต้น ซึ่งสามารถจำแนกได้สองประเภท อันประกอบด้วย

                    1.1)เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน คือ เหรียญที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วๆไป หมุนเวียนเงินไปเรื่อยๆ

                    1.2)เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก คือ เหรียญกษาปณ์ที่ผลิตขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ

          2.เหรียญที่ระลึก คือ เหรียญที่ผลิตขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ ไม่มีราคาบนหน้าเหรียญ จึงไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย

-จำแนกตามราคาตลาดของเหรียญ

1.ราคาหน้าเหรียญ คือราคาที่ปรากฎอยู่บนเหรียญ เป็นมูลค่าที่กฎหมายรับรองให้ใช้ชำระหนี้ได้

2.ราคาจ่ายแลก คือราคาที่ทางราชการนำออกให้ประชาชนแลก โดยปกติจะจ่ายแลกในราคาหน้าเหรียญ ยกเว้นเหรียญขัดเงา จะจ่ายแลกในราคาสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ แต่ก็ใช้ชำระหนี้ได้เพียงราคาหน้าเหรียญเท่านั้น

3.ราคาตลาด คือราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาด มักจะมีราคาสูงกว่าราคาจ่ายแลก

4.ราคาที่แสดงไว้ เป็นราคาตลาดโดยประมาณเท่านั้น ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข้อมูลทั่วไปของเหรียญกษาปณ์ ค่าต่างๆ

          1.เหรียญ 25 สตางค์(เหรียญสลึง) มีค่าเท่ากับหนึ่งสลึง หรือ 0.25 บาท เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2530-ปัจจุบัน ด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นภาพของ พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมเนื้อเหรียญทำจาก อะลูมิเนียมบรอนซ์ซึ่งมีสีเหลืองทอง แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นเหล็กชุบทองแดง

2.เหรียญ 50 สตางค์ มีค่าเท่ากับสองสลึง หรือ 0.50 บาท เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2530-ปัจจุบัน ด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นภาพของ พระเจดีย์วัดพระธาตุดอยสุเทพ เดิมเนื้อเหรียญทำจาก อะลูมิเนียมบรอนซ์ซึ่งมีสีเหลืองทอง แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นเหล็กชุบทองแดง

3.เหรียญ 1 บาท(เหรียญบาท) มีด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นภาพของพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดิมใช้ คิวโปรนิกเกิล ต่อมาจึงเป็นเหล็กชุบนิกเกิล

This slideshow requires JavaScript.

4.เหรียญ 2 บาท เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2548 มีด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นรูปพระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มีการเปลี่ยนวัสดุจากนิเกิลบริสุทธิ์เคลือบเหล็กชนิดคาร์บอนต่ำมาเป็นอะลูมิเนียมบรอนซ์

5.เหรียญ 5 บาท ออกใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 ด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นภาพของ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร มีส่วนประกอบ คือ คิวโปรนิกเกิล สอดไส้ ทองแดง

This slideshow requires JavaScript.

6.เหรียญ 10 บาท ด้านหน้าของเหรียญเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ส่วนด้านหลังเป็นภาพของ พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ออกใช้เป็นเงินหมุนเวียนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 โดยผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์โลหะสองสีแทนการใช้ธนบัตรราคา 10 บาท ที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ส่วนประกอบ คือ วงแหวน: คิวโปรนิกเกิล ตรงกลาง: อะลูมิเนียมบรอนซ์

ข้อควรรรู้เพิ่มเติม

        -เหรียญ 25 สตางค์ และ 50 สตางค์สามารถใช้เหรียญชำระเงินได้มากที่สุดเพียง 10 บาท นั่นคือ 25 สตางค์ 40 เหรียญ และ 50 สตางค์ 20 เหรียญ

          -เหรียญ 1 บาท/2 บาท และ 5 บาท ใช้เหรียญชำระเงินได้มากที่สุด 500 บาท นั่นคือ เหรียญบาท 500 เหรียญ เหรียญ 2 บาท 250 เหรียญ และเหรียญ 5 บาท 50

-เหรียญ 10 บาท ใช้เหรียญชำระเงินได้มากที่สุด 1000 บาท นั่นคือ เหรียญ 10 บาท 1000 เหรียญ

Credit :

http://www.vcharkarn.com/vblog/114084/4

http://th.wikipedia.org/wiki/เหรียญกษาปณ์ไทย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: